มนต์รักหนองผักกะแยง ละครหลังข่าวน้ำดีที่สอดแทรกข้อคิดเพียบ ที่นำเสนอความเป็นอีสาน วัฒนธรรมทางด้านภาษาและการใช้ชีวิตในชนบทได้อย่างดีเยี่ยม โดยตัวละครที่ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ ธรากร ไอ้เขียว หรือบักเขียว รับบทแสดงโดย ณเดช คูกิมิยะ เด็กเรียนดี กีฬาเด่น จากบ้านหนองกะแยง ที่ย้ายไปเรียนยังกรุงเทพฯ เมืองศิวิไลซ์ ที่นั่นเขียวถูกบูลลี่ ดูถูกสารพัด ถูกต่อว่า และล้อเลียนว่าเป็นไอ้บ้านนอกบ้างแหละ ไอ้ลาวบ้าง ไอเด็กอีสานพูดไทยไม่ชัด จนเป็นตัวตลกอยู่ในโรงเรียน กลายเป็นปมของเขียว จนเขียวคิดโทษว่าเป็นความผิดยายที่เป็นคนอีสาน และไม่คิดอยากกลับไปบ้านเกิดหนองกะแยงอีก แต่เพราะชีวิตที่ล้มเหลวในเมืองหลวง จากผู้กำกับชื่อดังที่มีทั้งเงิน ทั้งคนเกรงกลัว  กลับต้องมาหมดตัวเพราะถูกนางเอกสาวหลอกว่าจะคบด้วย แต่แล้วกลับไปแต่งงานกับนักแสดงด้วยกัน เขียวช้ำใจมากเพราะเซ็นต์ยกคอนโดให้กับนางเอกสาวคนนั้น ทำให้เขาจำใจต้องซมซานกลับไปบ้านเกิด ที่เขาไม่คิดว่าจะไปเหยียบที่นั่นด้วยซ้ำ กลายเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในละครที่ให้ความบันเทิงและข้อคิดแก่ผู้ชม

แนะนำตัวละคร มนต์รักหนองผักกะแยง

ตัวละคร บักเขียว ได้กลับมาที่บ้านเกิดแล้วได้ยินว่ายายของตนนั้นมีที่ทางอยู่ และถ้าหากขายจะได้กำไรสูง แต่ยายและครอบครัวของเขาไม่ได้คิดอย่างนั้นเพราะที่เขาอยู่กันทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร แถมยังปล่อยให้ชาวบ้านได้มาทำไร่ ปลูกผักปลอดสารแบบออร์แกนิกอีกด้วย โดยค่าจ้างนั้นก็เป็นพืชผักสวนครัว ผลไม้ ไข่ไก่ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นผลผลิตไร่นั่นเอง โดยมีผู้นำในการสอนชาวบ้านทำเกษตรก็คือ ชมพู่เพื่อนในวัยเด็กของเขียวที่ตีกันบ่อยเหลือเกินและในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่ปกป้องเขียวจากพวกที่มารุมแกล้งเขียวอีกด้วย ชมพู่ผู้แอบรักเขียวตั้งแต่เด็ก เขียวพยายามหาทางหว่านล้อมชมพู่สารพัดเพื่อให้ชมพู่เลิกเช่าพื้นที่ของยาวเขียว ทั้ง 2 จึงได้ตกลงกัน โดยเขียวจะต้องมาเรียนรู้งานที่ไร่ทุกอย่างตั้งแต่การทำปุ๋ย เตรียมดิน และปลูกผัก ในช่วงแรกเขียวไม่จริงใจเลยสักนิด ทำไปส่ง ๆ จนเกิดปัญหาขึ้นมากมาย เขียวเริ่มคิดได้ และชอบแปลงผักของเขาไปเองโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจศึกษาอย่างจริงจัง ถึงขนาดนอนเฝ้าแปลงผักด้วยตัวเอง และอาหารอีสานที่เขียวไม่เคยชอบก็กลับกินได้อย่างเอร็ดอร่อย ชีวิตของเขียวที่บ้านหนองผักกะแยงแทบจะไม่ต้องใช้เงินเลยด้วยซ้ำปั่นจักรยานไปทำงานที่ไร่ หิ้วปิ่นโตที่ยายทำไปทุกเช้า ตกกลางวันก็มีเพื่อนทำปิ่นโตมาส่งนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกคนที่นั่นถือเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันหมด คอยช่วยเหลือจุนเจือกันไม่ว่าใครมีปัญหาอะไรก็พร้อมจะช่วยเหลือ หลังเลิกงานจากไร่ทุกคนก็กลับไปหาครอบครัว นั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ต้องเสียเวลารถติด ไม่ต้องกินมื้อแพง แต่อาหารมื้อนั้นมันอร่อยอย่างบอกไม่ถูก และหากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าเขียวจะทำผิดอีกสักกี่ครั้ง เขียวจะได้กำลังใจ การปลอบใจ จากครอบครัวอยู่เสมอทุกคนดีใจมากที่เขียวกลับมาอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะยายที่รัดเขียวสุดใจเพราะเป็นหลานชายคนเดียวที่เฝ้าทะนุถนอมมาตลอดทำให้เห็นว่าความอบอุ่นในครอบครัวในชนบทที่ไม่ได้มีบ้านหรูๆ มีตึกสูงๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทุกคนก็สามารถมีความสุขได้ สุขอยู่ที่ใจ ต่อให้มีเงินมากมายมากองอยู่ตรงหน้ามากขนาดไหน ถ้าไม่มีคนในครอบครัวและคนที่หวังดีกับเราจริงๆ ก็คงจะไม่มีความสุข และคงรู้สึกโดเดี่ยวเหมือนที่เขียวต้องเผชิญในเมืองกรุงเพียงลำพังกับเพื่อนสนิทอีก 1 คน ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

การสอดแทรกวัฒนธรรมไปกับละคร

ในแต่ละตอนละครมักจะสอดแทรกวัฒนธรรมทางด้านอาหารที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของภาคอีสานที่ชวนให้หิวและแทบอยากจะไปซื้อมากินให้แซ่บตามรู้แล้วรู้รอดไปกันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง หมก ปลาเล็กปลาน้อยทอด ปลาร้า แต่ละอย่างมันแซ่บสุดๆ และไหนจะเป็นประเพณีบุญบั้งไฟ สงกรานต์ ต่างๆ ที่ดูแล้วทำให้คนที่อาศัยในเมืองกรุงอย่างเราอยากที่จะกลับไปบ้านเกิดเหลือเกินค่ะเพราะดุแล้วมันอบอุ่นหัวใจ แต่!! ในละครก็ไม่ได้นำเสนอแค่เพียงด้านดีๆ เพียงอย่างเดียวนะคะ อย่างบางครอบครัวก็มีปัญหากัน ต้องเลิกลากัน สามารถติดการพนันเอาบ้านไปจำนอง แทนที่จะเก็บไว้เป็นสมบัติของลูกกับมัวเมาหลงผิด และหมดไปกับการพนัน หรือบางครอบครัวที่พ่อแม่ทิ้งไปให้อยู่กับปู่ย่าที่ย่าก็ป่วย เงินก็แทบจะไม่มีจึงต้องดื้นรนต่อสู้ปากกัดตีนถีบกันไป แต่ก็ยังได้รับแความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน แต่คนในหมู่บ้านก็ไม่ได้ดี 100% คนที่เห็นแก่ได้ก็มี เช่นชักชวนให้คนที่หมดหนทางเอาที่ไปจำนอง กู้หนี้ยืมสิน แล้วตนก็เก็บดอกเบี้ยแพงจนคนเหล่านั้นไม่มีเงินจะส่ง สุดท้ายที่ก็โดนยึดในที่สุด มันก็น่าเศร้านะคะ สะท้อนในหลากหลายมุมของชีวิตมนุษย์แบบว่าหลากหลายมาก แต่มันไม่เกินจริงเลยค่ะ เชื่อเหลือเกินว่า ในประเทศไทย สังคมของเรามีความไม่เท่าเทียมกันอยู่สูงมาก คนรวยก็รวยจนไม่รู้จะใช้เงินยังไงหมด ส่วนคนจนก็คือจนจริงๆ เงินสักบาทหนึ่งยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ 

บักเขียวค้นพบหัวใจ

บักเขียวตัวละครสำคัญในเรื่องที่เปลี่ยนแปลงตัวเองจนรู้หัวใจตัวเองสักทีว่า ความสุขของเขาก็คือบ้าน หนองผักกะแยง ที่เป็นบ้านเกิดของเขาเนี่ยแหละ มีครอบครัว มีคนที่รัก และเพื่อนๆ ทุกคน ก็ทำให้เขาไม่อยากกลับไปเมืองหลวงอีกเลย เพราะบทเรียนที่เขาได้รับ ไม่ใช่แค่เขารู้สึกโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ และอำนาจของเงินที่ทำให้คนหลงผิด แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนและสังคมที่น่าอยู่ในชนบทเล็กๆ นี่แหละ โดยมีหลักการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาประยุกต์ใช้ แบบมีแค่ไหนก็ก็แค่นั้น ไม่ต้องมีมาก แต่มีให้พอใช้ ก็พอแล้ว ชีวิตคนเราก็คงไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้วล่ะค่ะ นี่ก็คือความสุขเล็กที่เขียวค้นพบได้ในบ้านเกิดของตนเอง 

แล้วทุกท่านล่ะคะ เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ และต้องสู้กับชีวิตในเมืองใหญ่ที่ค่าครองชีพแสนแพง และเราไม่รู้เลยว่าความสโลว์ไลฟ์ ความอบอุ่น ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร แล้วอย่าลืมกลับไปเยี่ยมคนที่บ้าน ที่บ้านเกิดกันนะคะ

อย่ารอช้า ดูหนังออนไลน์ เรื่องมนต์รักหนองผักกะแยง ได้ที่ trueID