ผ่านมาแล้วมากกว่า 10 ปี แต่คงไม่มีใครไม่รู้จักหนังไซไฟอมตะ ที่บอกเล่าเรื่องราวของสงครามและความรักระหว่างมนุษย์กับเอเลี่ยนแมวตาฟ้าอันมีชื่อว่า “ชาวนาวี” ภาพยนตร์ที่เคยทำรายได้สูงที่สุดในโลกอยู่ที่ 2,790,439,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะถูกโค่นแชมป์ด้วย Avengers: End Game ไปเมื่อปี 2019 อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ “Avatar” จะไม่ใช่ที่หนึ่งอีกต่อไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า หนังเรื่องนี้ครองบัลลังก์ภาพยนตร์ทำเงินมากที่สุดมาได้ถึง 10 ปีนับตั้งแต่ออกฉายครั้งแรก ก็ยังนับว่าน่าอัศจรรย์มากอยู่ดี และตำนานบทใหม่ก็กำลังจะออกสู่สายตาแฟน ๆ ดาวแพนดอร่าในอีกไม่เร็วไม่ช้านี้แล้ว

Avatar 2 กำหนดวันฉายแน่นอน 16 ธันวาคม 2022

อย่างที่เราทราบกันดีว่าช่วงปี 2019-2020 ที่ผ่านมา วงการภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศซบเซาอย่างรุนแรง เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด 19 ระบาด ทำให้กองถ่ายทั่วโลกต้องหยุดชะงัก รวมถึงธุรกิจโรงหนังโรงละครก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการในการกักกันโรค ส่งผลให้หนังหลาย ๆ เรื่องชะลอการออกฉายด้วยเกรงว่าจะทำรายได้ไม่คุ้มทุน นับได้ว่าเป็นฝันร้ายของทั้งผู้สร้าง นักแสดง รวมถึงผู้ชมด้วย Avatar 2 เองก็เป็นภาพยนตร์ที่ต้องเลื่อนฉายออกไปมากถึง 8 ครั้ง เนื่องจากปัญหาทั้งด้านโปรดักชันและสถานการณ์ไวรัส แต่ในที่สุด ทางเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับและทีมผู้สร้างก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Avatar 2 นั้นพร้อมแล้วที่จะพาแฟนหนังทุกคนกลับไปยังดาวแพนดอร่า และได้ลงหลักปักฐาน เคาะวันฉายอย่างแน่นอนเป็นวันที่ 16 ธันวาคม 2022

โดยคาเมรอนได้กล่าวในงานประชุมด้านสิ่งแวดล้อม 2020 Austrian World Summit ไว้ว่า “Avatar 2 นั้นถ่ายทำเสร็จเรียบร้อย 100% ขณะนี้เป็นช่วงเวลาของกระบวนการเสร็จสิ้นโปรดักชัน (Post-production)” หรือก็คือการทำ Computer Graphic การตัดต่อ ไปจนถึงการเช็คความเรียบร้อยก่อนนำฉาย ซึ่งจริง ๆ กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่น้อยไปกว่าการถ่ายทำ (Shooting) เลยนะครับ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำสำหรับหนังแนวแอ็กชันไซไฟแบบนี้ อย่างไรก็ตาม คาเมรอนยังกล่าวต่อว่า “การเลื่อวันฉายออกไปจากกำหนดเดิม 1 ปี ไม่ได้หมายความว่าทีมงานจะมีเวลาหายใจหายคอมากขึ้น เพราะหลังจาก Avatar 2 พร้อมฉายแล้ว พวกเขาต้องเดินหน้ากระบวนการโปรดักชันของ Avatar 3 ต่อทันที ซึ่งตอนนี้ก็ถ่ายทำไปได้ถึง 95% แล้ว”

Avatar 3 เดิมมีกำหนดฉายในวันที่ 20 ธันวาคม 2024 แต่พี่ป๊อบคิดว่ามีสิทธิ์เลื่อนสูงมากครับ เพราะวันที่กำหนดมาน่าจะเป็นแค่วันที่ประมาณการไว้ก่อน แต่ถึงอย่างไรก็มีหลักฐานแน่นอนแล้วว่า เจมส์ คาเมรอนจะทำหนังอวตารให้ครบทั้งหมด 5 ภาคอย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งก็น่าสนใจมากครับว่าจะออกมาปังหรือร่วง เพราะหากพูดกันตามตรง หนังฟอร์มยักษ์ที่มีหลาย ๆ ภาค น้อยเรื่องนักจะทำภาคต่อออกมาได้ตราตรึงใจคนดูได้เท่าภาคแรก แถมภาคแรกของอวตารนั้นทำไว้ได้น่าประทับใจสุด ๆ Avatar 2 ที่กำลังจะฉายเป็นภาคต่อในรอบ 10 ปีนี้ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เรารู้ว่าแนวทางของหนังเรื่องต่อ ๆ ไปจะออกมาเป็นอย่างไร

โลดแล่นสู่มหาสมุทรของแพนดอร่า

ในหนังภาคแรก หากใครจำฉากที่พระเอก “เจค ซัลลี” ไปรวบรวมกองกำลังชาวนาวีเผ่าอื่น ๆ ให้มาช่วยร่วมรบในสงครามปกป้องผืนป่าของแพนดอร่า อาจจะสังเกตได้ว่าชาวนาวีนั้นมีหลากหลายเผ่ามาก และแต่ละเผ่าล้วนมีที่อยู่อาศัย วัฒนธรรม สังคม ความเป็นอยู่แตกต่างกัน เช่น เผ่าอาชาแห่งที่ราบ หรือเผ่าอิกรานแห่งทะเลตะวันออก ด้วยความที่เผ่าโอมาติคายาของนางเอกนั้นอาศัยอยู่ในป่า ทำให้เนื้อเรื่องในภาคแรกจึงมีเซตติ้งส่วนใหญ่เป็นป่าสูงและภูเขา เราจึงมีโอกาสได้เห็นพื้นที่ส่วนอื่นของดาวเพียงแค่ไม่กี่ซีนเท่านั้น Avatar 2 นอกจากจะเป็นภาคต่อของเรื่องราวแล้ว จึงเป็นการเปิดโลกชมระบบนิเวศอันหลากหลายและน่าอัศจรรย์ใจของแพนดอร่าอีกด้วย ทั้งนี้หากใครอดใจรอชม Avatar 2 ไม่ไหว พี่ป๊อบเคยเขียนวิเคราะห์สภาพแวดล้อมบนดาวแพนดอร่าจาก Avatar ภาคแรกไว้ ตามไปอ่านกันพลาง ๆ ได้นะครับ ^^

สิ่งที่น่าสนใจอย่างมากของภาคนี้ อยู่ในภาพคอนเซ็ปต์อาร์ตที่แอคเคาน์ทางการของอวตารได้ปล่อยออกมา ซึ่งมีทั้งภาพทะเล และสัตว์ทะเล อีกทั้งภาพเบื้องหลังก็ยังแสดงให้เห็นว่ามีการถ่ายฉากใต้น้ำกันอย่างจริงจัง รวมถึงตัวผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอนเอง ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าอวตาร 2 จะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับมหาสมุทรอย่างแน่นอน แต่เรื่องราวทั้งหมดจะไม่ได้ดำเนินอยู่ในฉากใต้น้ำเท่านั้น มหาสมุทรจะเป็นที่ที่ตัวละครเอกไปและกลับมา ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่ามันคงเป็นการผจญภัยหรือทำภารกิจบางอย่าง ตัวพี่ป๊อบเองตื่นเต้นไม่ไหวแล้วครับ เพราะทีม Art Director ของเรื่องนี้ออกแบบระบบนิเวศออกมาได้สวยงาม และมีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก ๆ มาตั้งแต่ภาคแรก (ที่ฉากส่วนใหญ่เป็นป่า) แล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าเมื่อเป็นฉากใต้น้ำจะทำออกมาได้น่าประทับใจแค่ไหน รอติดตามชมอย่างใจจดใจจ่อเลยครับ

Avatar 2 แม้ว่าจะโดนเลื่อนฉายไปรอบแล้วรอบเล่า แต่ส่วนโปรดักชันก็ยังถือว่าทำงานได้ค่อนข้างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานการถ่ายทำของหนังเรื่องนี้อยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีมาตรการจัดการกับโคโรน่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ดังนั้นผู้ชมอย่างเรา ๆ ก็วางใจได้ในระดับหนึ่งแล้วครับ ว่าภายในธันวาคม 2022 เราคงได้มีโอกาสกลับไปยลโฉมแพนดอร่ากันในภาคต่อแน่นอน ระหว่างนี้ถ้าหากมีอัปเดตอะไร พี่ป๊อบจะรีบนำข่าวมาแจ้งให้ทราบอย่างเร็วที่สุด อย่าลืมติดตามเพจดูหนังกันไว้นะครับ