ครั้งแรกที่เห็นหนังการ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง นาจา 2019 บนภาพโปสเตอร์หรือสื่อโฆษณาต่าง ๆ ดูไม่มีอะไรน่าสนใจ แล้วยิ่งเห็นว่าการ์ตูนเรื่องนี้มาจากประเทศจีน นึกในใจคงเป็นอะไรที่อารมณ์น่าเบื่อ ๆ เหมือนหนังจีนพักหลังที่มักจะยัดสเปเชียลเอฟเฟกต์กันมาจนเต็มฉาก แต่เนื้อเรื่องกลับไม่มีอะไรให้ตราตรึง

ซึ่งปกติผมจะเป็นคนชอบดูการ์ตูนอยู่แล้ว ทั้งจากฝากฝั่งอเมริกาและญี่ปุ่น เพราะทั้งงานโปรดักชันที่เยี่ยมและที่สำคัญ เนื้อหาที่สื่อได้โดนใจสุด ๆ จนเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา ที่น่าแปลกใจคือ ผมกลับรู้สึกแบบนั้นหลังจากดู นาจา 2019 จบ เป็นความรู้สึกที่นิ่ง คิด ตรึกตรอง และความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ เหมือนโดนพลังลูกไฟของนาจา สั่นสะเทือนความคิดและความเชื่อบางอย่างในตัวเรา

นาจา 2019
ขอบคุณภาพจาก https://www.imdb.com/title/tt10627720/

ในส่วนเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ มีการดัดแปลงมาจากตำนานเทพเจ้านาจาเล็กน้อย โดยเป็นการเริ่มเรื่องจากเทพผู้เป็นใหญ่ที่สุดในสวรรค์ “หยวนสือเทียนจุน” ได้สกัดไข่มุกออกเป็นสองลูก ลูกแรกเป็นไข่มุกสวรรค์ ส่วนลูกที่สองคือโอสถปีศาจ โดยไข่มุกสวรรค์ถูกกำหนดให้จุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ในครอบครัวของแม่ทัพหลี่จิ้ง เพื่อให้มีส่วนในการก่อตั้งราชวงศ์โจว ในส่วนโอสถปีศาจถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่อทำลายโลก จึงมาพร้อมกับคาถาจากผู้สร้าง เพื่อให้ถูกทำลายภายในสามปี แต่แล้วพญามังกรที่ต้องการให้เผ่าพันธุ์ตัวเองเป็นใหญ่ทั้งสามโลก ก็ได้ทำการสลับไข่มุกสวรรค์และโอสถปีศาจ ทำให้แม่ทัพหลี่จิ้งที่แต่เดิมควรต้องให้กำเนิดบุตรที่มาจากไข่มุกสวรรค์ แต่กลับต้องให้กำเนิดบุตรที่ต่อมาเติบโตมาเป็นพญามารที่ชื่อว่า “นาจา” ทำให้นี่ไม่ใช่ศึกแห่งเทพและมาร ไม่ใช่ศึกแห่งความดีและความชั่ว แต่มันกลายเป็นศึกแห่งโชคชะตาที่นาจาจะต้องฝ่าฝัน

หลังจากดูจนจบ พี่ป๊อบคิดว่าจุดเด่นหลักของนาจา 2019 มี 3 จุดสำคัญ นั่นก็คือ

1. เนื้อหาหลักของหนังเรื่องนี้

การที่เด็กคนหนึ่งเกิดมาแล้วถูกตราหน้าจากสังคมว่าโตไปจะต้องเป็นคนเลว ถ้าเป็นทุกคน ทุกคนจะทำอย่างไรครับ จะกลายเป็นคนเลวในแบบที่สังคมบอกหรือเปล่า หรือว่าจะพยายามเป็นคนดีในแบบที่สังคมยกย่อง หรือแค่พยายามเป็นตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอ และนี่คือสิ่งที่ตัวหนังพยายามจะสื่อ ผ่านตัวละครที่ชื่อ “นาจา” ถึงแม้สิ่งที่นาจาพยายามจะทำคือการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตัวเอง ซึ่งเอาเข้าจริงมันไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่การไม่ยอมรับโชคชะตาที่ถูกกำหนดมา นั่นแหละคือชะตาชีวิตของนาจา

เป็นบทหนังที่ดูคมคายในแง่ของหลักการใช้ชีวิต ซึ่งต้องขอชม “เจี่ยวจือ” ที่ทั้งเป็นผู้กำกับและเขียนบทเอง โดยได้นำประเด็นที่โดนใจวัยรุ่นในสังคมจีนที่มักจะถูกตีกรอบจากผู้ใหญ่ในการดำเนินชีวิต  อีกทั้งส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวจากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวของเขาเอง จากความรู้สึกที่ว่า “ชีวิตเรา เราต้องเป็นคนกำหนดเอง หาใช่ให้ใครมากำหนด”  จึงทำให้เรื่องราวในภาพยนตร์ถูกถ่ายทอดออกมาให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่าย และยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องกล้าฉีกกฎเกณฑ์ทางสังคม เพื่อสร้างทางชีวิตและเดินตามฝันของตัวเอง

2. อิ่มในอารมณ์ที่ครบรส

อ่านมาถึงตรงนี้ ใครหลายคนอาจจะรู้สึกว่าหนังมีเนื้อหาที่เครียดๆ และจริงจังไปหรือเปล่า ขอตอบว่าไม่เลยครับ เพราะแม้เนื้อหาหนังจะดูเป็นการท้าทายความคิดของตัวเอง แต่อารมณ์ของหนังตลอดทั้งเรื่องกลับมีให้สัมผัสกันได้ครบรส ทั้งฉากแอ็กชันสุดมันส์ ฉากตลกที่สอดแทรกมาแทบจะทุกที่ (ไม่ว่าจะตอนบู๊ก็เถอะ) ฉากดราม่าที่เรียกความประทับใจและน้ำตาได้ไม่ยาก โดยอารมณ์หนังทั้งหมดได้ถูกถ่ายทอดอย่างกลมกล่อใจากความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวเอง ครอบครัว (พ่อแม่ และนาจา) และมิตรภาพระหว่างเพื่อน (นาจาและเอ๋าปิ่ง)

3. งานโปรดักชันยอดเยี่ยม

นาจา 2019
ขอบคุณภาพจาก https://www.imdb.com/title/tt10627720/

ใครจะรู้ล่ะครับว่าหนังการ์ตูนที่มีความยาว 110 นาที ในความเป็นจริงจะใช้เวลาการผลิตมากถึง 5 ปี เพราะเป็นแอนิเมชั่น 3 มิติเรื่องแรกจากจีน ที่มาในรูปแบบ IMAX และยังเป็นการสร้างหนังที่มีทีมสร้างที่เกี่ยวข้องทั้งระบบมากที่สุดในวงการแอนิเมชันของจีน ทั้งการใช้คนมากกว่า 1,600 ชีวิต สตูดิโอกว่า 20 แห่ง และที่สำคัญหนึ่งในนั้นคือบริษัทไทยที่ชื่อ อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (YGGDRAZIL GROUP) ซึ่งเป็นอีกทีมที่มีส่วนในเรื่องของงานโปรดักชันระดับเทพนี้ด้วยเช่นกัน

ในส่วนของภาพที่ทำออกมา มองในแง่ของผู้ชมบอกได้เลยว่าดูเป็นธรรมชาติ เพราะทุกตัวละครแสดงสีหน้าและอารมณ์ได้อย่างเหมือนคนจริง ๆ โดยไม่รู้สึกผิดเพี้ยน ในส่วนฉากหลังแม้จะเป็นกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน แต่ก็ใส่ความคิดสร้างสรรค์ในการผสมผสานศิลปะจีนแบบร่วมสมัย ทำให้ภาพฉากดูสวยงาม และในส่วนฉากแอ็กชันในช่วงท้าย ก็ทำออกมาได้อย่างอลังการ ตื่นตาตื่นใจไปกับอิทธิฤทธิ์ของนาจาได้อย่างสนุกมาก ๆ ครับ อีกทั้งในเรื่องการตัดต่อ ภาพ และดนตรีประกอบ ก็ทำออกมาได้อย่างโดดเด่น

และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการดูหนังจีน คือ การพากย์ไทย ซึ่งเรามักจะคุ้นชินกับเวอร์ชั่นของทีมงานพันธมิตร ที่มักจะมีพากษ์เสียงสอดแทรกมุกตลก (ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีบทพูด) ตลอดทั้งเรื่อง จึงทำให้บางครั้งจะดูล้นจนเสียอารมณ์ในการดูหนัง จนต้องเปลี่ยนไปดูเป็นแบบซับไทยแทน แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นกังวลครับ  เพราะได้ใช้ทีมพากย์มืออาชีพมาช่วยเสริมให้หนังดูมีอรรถรสและเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นประเด็นของหนังได้อย่างมาก (แต่ยังรับรองได้ว่าตลกอยู่แน่นอน)

จากจุดเด่นหลักทั้ง 3 จึงทำให้นาจา 2019 ได้รับเสียงตอบรับจากผู้คนจำนวนมาก โดยทำรายได้ทั่วโลกไปแล้วเกือบ 750 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งในไทยก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  ใครอยากหาหนังดูสักเรื่องก็ต้องแนะนำครับ เรื่องนี้เป็นมากกว่าการ์ตูนเด็ก ๆ เพราะสิ่งที่จะได้รับนอกจากความบันเทิงแล้ว บางทีคุณอาจจะได้ “พลังของไฟ” ที่ส่งผ่านมาจากตัวนาจา ซึ่งจะช่วยให้คุณลุกขึ้นมาสู้เพื่อการค้นหาและเข้าใจในตัวเอง และนาจายังฝากบอกมาอีกว่า

คำพูดของคนอื่นเป็นเพียงแค่ลมปาก เจ้าเป็นใครมีแต่ตัวเจ้าเท่านั้นที่บอกได้  ถ้าโชคชะตาไม่ยุติธรรม ก็จงสู้ให้ถึงที่สุด

สำหรับนาจา 2019 มีให้รับชมกันได้ฟรี ๆ ขณะนี้บนเว็บไซต์ TrueID ทั้งพากย์ไทยและซับไทยเลยครับ และถ้าหากชื่นชอบบทความรีวิวหนังแบบนี้ ไว้พี่ป๊อบจะกลับมารีวิวให้อ่านกันอีกบ่อย ๆ ทั้งหนังใหม่หนังเก่า อย่าลืมติดตามดูหนังกันดอทคอมนะครับ ^^