สำหรับใครที่เป็นแฟนหนังสืบสวนสอบสวน ช่วงต้นปีที่ผ่านมาคงจะจำได้ว่ามีหนังแนวนี้เข้าโรงอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนจับตามองและคาดหวังมาก เพราะเป็นสืบสวนสอบสวนฟอร์มใหญ่จากค่าย Warner Bros. ที่สำคัญคือนักแสดงนำทั้ง 3 คน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ชนะรางวัลออสการ์ ทั้ง Denzel Washington, Rami Malek และ Jared Leto หนังเรื่องนั้นก็คือ “The Little Things” ครับ

พี่ป๊อบเองก็เป็นคนหนึ่งที่เดินเข้าโรงด้วยความคาดหวัง แหงล่ะครับ จั่วหัวคำว่า ‘นักแสดงออสการ์’ กับ ‘สืบสวนสอบสวน’ มา ใครมันจะไม่คาดหวังได้บ้าง แต่หลังจากเข้าไปดูจนจบเท่านั้นแหละ ออกโรงมาถึงกับต้องนั่งกุมหัวเลยทีเดียว เพราะหนังเรื่องนี้ดันเป็นสืบสวนสอบสวนที่สรุปไม่ได้ว่าใครเป็นฆาตกร จบแบบปลายเปิด แถมผู้กำกับเองก็ไม่ยอมเฉลย ทิ้งให้คนดูอย่างเรา ๆ สมองระเบิดกับความงงวนไป วันนี้พี่ป๊อบจึงจะรวบรวมทฤษฎีตอนจบทั้งหมดที่เป็นไปได้มาให้ทุกคนอ่านกัน ขอเตือนก่อนนะครับว่ามีสปอยล์ และเป็นการวิเคราะห์เนื้อหาแบบจัดเต็ม ดังนั้นใครที่ยังไม่ได้ดู The Little Things รีบไปดูก่อนด่วน ๆ

เรื่องย่อ: The Little Things

โจ ดีคอน (Denzel Washington) รองนายอำเภอของเคิร์น เคาท์ตี้ เมืองชนบทในรัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกหัวหน้าส่งไปรับหลักฐานประกอบการพิจารณาคดีกระทันหันที่แผนกคดีฆานกรรมในกรมตำรวจลอสแองเจลิส แผนกที่เขาเคยเป็นนักสืบดาวรุ่งอยู่ในนั้นเมื่อหลายปีก่อน ณ ที่นั่น ดีคอนได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสืบคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง มีเหยื่อเป็นหญิงสาวถูกปาดคอและใช้ถุงขยะคลุมหัวไว้ ซึ่งลักษณะการฆ่าแบบนี้คล้ายกับคดีเก่าที่เขาเคยทำมาก จนดีคอนเชื่อว่าฆาตกรน่าจะเป็นคนเดียวกัน ทำให้เขากระตือรือร้นในการพยายามช่วยจิม แบ็กซ์เตอร์ (Rami Malek) หาตัวคนร้ายให้ได้ เนื่องจากตัวเขาเองก็ยังรู้สึกผิดและติดค้างกับเหยื่อในอดีตอยู่ ดีคอนและแบ็กซ์เตอร์มีผู้ต้องสงสัยที่มีหลักฐานแวดล้อมมัดตัวแล้วหนึ่งคน นั่นก็คืออัลเบิร์ต สปาร์มา (Jared Leto) ช่างซ่อมตู้เย็นที่เข้าไปในห้องเหยื่อก่อนเสียชีวิต พวกเขาเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที ทว่ายิ่งทั้งคู่ยิ่งสืบคดีนี้ไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งนำไปสู่ความลับดำมืดที่ดีคอนปกปิดไว้มากขึ้นเรื่อย ๆ

ทฤษฎีที่ 1: ฆาตกรคืออัลเบิร์ต สปาร์มา

ตลอดทั้งเรื่องหนังจะพยายามชี้ให้เราเห็นว่าสปาร์มาคือฆาตกร ดีคอนเป็นคนสืบเจอว่าก่อนเหยื่อเสียชีวิต เจ้าของอพาร์ตเมนต์ได้เรียกช่างจากร้านเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ ๆ เข้าไปซ่อมตู้เย็นในห้องเหยื่อ และสปาร์มาคือช่างคนนั้น เขาเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก แถมยังมีหลักฐานหลายอย่างทำให้เชื่อว่าก่อเหตุจริง

  • อาชีพ ช่างซ่อมเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานต่างรัฐบ่อย บางทีประจำอยู่เมืองใดเมืองหนึ่งไม่นานก็ต้องย้าย ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องในหลายรัฐ ดังที่ตัวละครในเรื่องก็จะมีพูดถึงเช่นกันว่าเกิดคดีคล้าย ๆ กันที่รัฐอิลลินอยส์และมิชิแกน
  • รถ การทำงานหลายเมืองแน่นอนว่าต้องใช้รถเดินทาง ดีคอนจึงแนะนำให้แบ็กซ์เตอร์ลองหาผู้ต้องสงสัยที่มีรถเลขไมล์สูง และมีกระโปรงหลังกว้าง เพราะนอกจากจะต้องใช้ขนอุปกรณ์ในการทำงาน ฆาตกรยังใช้มันขนศพไปนำไปทิ้งอำพรางที่อื่นด้วย รถของสปาร์มาคันหนึ่งมีท้ายกว้าง รวมถึงถูกหมุนเลขไมล์กลับ ทำให้เรารู้ว่าเขาพยายามปกปิดหลักฐานจริง ๆ
  • อาหารในห้อง ตู้เย็นในห้องเหยื่อเสียมาหลายวันตั้งแต่ก่อนเหยื่อเสียชีวิต ทำให้อาหารในนั้นเน่าเสียทั้งหมด แต่ตำรวจกลับพบว่ามีนมหนึ่งขวดและเบียร์ที่ยังไม่เสีย หมายความว่าฆาตกรต้องนำมันมาแช่หลังจากฆ่าเธอแล้ว และหลังจากนั้นดีคอนก็พบว่าสปาร์มาเองก็ดื่มนมและเบียร์ยี่ห้อเดียวกัน
  • อาหารในกระเพาะ การชันสูตรศพพบว่าก่อนตายเหยื่อได้ทานเนื้ออบ (Roasted Beef) เข้าไป แต่ปกติเธอเป็นวีแกนที่เคร่งมาก ไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด ดีคอนจึงสันนิษฐานว่าฆาตกรบังคับให้เธอกินก่อนจะฆ่าเธอเพื่อความหรรษาส่วนตัว ทุกอย่างพอเหมาะพอดีไปหมด เพราะสปาร์มาเองก็ดันชอบกินเนื้ออบเหมือนกัน
  • สารเคมี บนร่างกายของเหยื่อพบรอยฟันกัดพร้อมสารโซเดียมเบนโซเอต ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับช่องปาง เช่น น้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน ดีคอนนำพิซซ่าที่สปาร์มากินเหลือไปให้เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจสอบ และพบสารแบบเดียวกัน ในตอนหลังหนังก็เฉลยด้วยว่าสปาร์มาใช้น้ำยาที่มีสารนั้นในการทำความสะอาดฟันปลอมของเขา
สรุปตอนจบและทฤษฎีที่เป็นไปได้ทั้งหมดใน The Little Things

นี่คือหลักฐาน (เกือบ) ทั้งหมดที่หนังพยายามสื่อให้เราเห็น แต่หลักฐานทั้งหมดนั้นเป็นหลักฐานแวดล้อม ไม่ใช่หลักฐานบ่งชี้ พูดง่าย ๆ ก็คือ ทุกอย่างทำให้เชื่อว่าสปาร์มาเป็นฆาตกร แต่ไม่มีหลักฐานไหนเลยที่บ่งบอกว่าเขาทำจริง ทำให้แบ็กซ์เตอร์ก็ขอหมายจับเขาไม่ได้ เนื่องจากหลักฐานไม่แน่นหนาพอ ไม่มีรอยนิ้วมือ ไม่มีดีเอ็นเอ หรือข้อมูลที่ชี้ตรงไปที่สปาร์มาโดยตรง ส่วนนี้อาจจะเป็นแค่การพยายามผูกปมเพื่อให้ฆาตกรไม่โดนจับ หนัง The Little Things จะได้ดำเนินไปสู่เนื้อเรื่องช่วงหลัง หรืออาจจะหมายถึงว่าสปาร์มาเป็นฆาตกรจริง ๆ ก็ได้ ถ้าเราเชื่อแบบนั้น แต่มันก็จะดูง่ายจนน่าหงุดหงิดเกินไป เพราะทฤษฎีนี้ไม่มีการหักมุมหรือเรื่องพีค ๆ อย่างที่หนังสืบสวนควรจะเป็นเลย

ทฤษฎีที่ 2: ฆาตกรคือโจ ดีคอน

แน่นอนว่าทฤษฎีนี้คงไม่มีใครคาดคิด เพราะตั้งแต่ต้นเรื่องหนังแสดงให้เห็นว่าดีคอนเป็นตำรวจคนหนึ่งที่ทุ่มเทในการทำหน้าที่เสมอ พยายามสืบเบาะแส ไล่ล่าคนร้ายอย่างเต็มที่ ทว่าตัวเขาก็มีบาดแผลทางใจร้ายแรงเกี่ยวกับคดีนี้ เพราะในสมัยที่ยังทำงานเป็นนักสืบอยู่ เขาดันไปพลั้งมือฆ่าเหยื่อ 1 ใน 3 คนเข้าเสียเอง จนต้องอาศัยเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่นิติเวชช่วยปกปิดให้ และเขียนรายงานว่าเหยื่อถูกแทงตาย แทนที่จะเป็นโดนตำรวจยิงตาย หลังจากเหตุการณ์นั้น ดีคอนเครียดอย่างหนัก และเริ่มป่วยจากทรอม่า (Trauma) ทางจิตใจ จนต้องเสียทั้งหน้าที่การงานและหย่ากับภรรยา ดังนั้นถึงแม้เขาจะมีภาพลักษณ์เป็นตำรวจผู้ทุ่มเทขนาดไหน เราต้องไม่ลืมนะครับว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่มีอาการป่วยทางจิต ถึงขั้นเห็นภาพหลอนเป็นเหยื่อทั้งสามคนในคดีนั้นด้วย

ในฉากที่ดีคอนไปตรวจสอบห้องของเหยื่อในลอสแองเจลิส (ห้องที่มีตู้เย็นเสียนั่นแหละ) เขานั่งนิ่ง ๆ จ้องมองศพของเหยื่อ พร้อมกับมีภาพทับซ้อนของศพในคดีก่อนขึ้นมา รวมถึงตัวดีคอนเองก็ดูจะพยายามทำให้แบ็กซ์เตอร์เชื่อว่าฆาตกรคือสปาร์มาเสียเหลือเกิน หากลองย้อนกลับไปดู จะเห็นว่าคนที่เจอชื่อสปาร์มา หาเบาะแส ไปจนถึงสะกดรอยตามสืบ ก็ล้วนเป็นดีคอนทั้งนั้น ทั้งที่เจ้าของคดีนี้คือแบ็กซ์เตอร์ต่างหาก รวมถึงฉากสุดท้าย หลังจากที่แบ็กซ์เตอร์พลั้งมือฆ่าสปาร์มาไปแล้ว ดีคอนได้มาช่วยอำพรางศพให้ เขารู้ขั้นตอนการจัดการกับคนตายอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการขุดหลุมให้ลึกกว่า 1 เมตรก่อนจะฝังร่าง การนำรถไปซ่อนไม่ให้ตำรวจตามเจอ หรือการกำจัดข้าวของทั้งหมดในบ้านของสปาร์มาทิ้ง เพื่อไม่ให้มีเบาะแสสืบมาถึงทั้งคู่ได้ ที่สำคัญคือก่อนจากกัน ดีคอนกอดแบ็กซ์เตอร์ และพูดว่า “That’s my boy. (แบบนี้แหละเด็กน้อย)” หลังจากนั้นแบ็กซ์เตอร์ก็เบิกตาโพลง และหลุดพูดกับตัวเองออกมาว่า “He was… (เขาคือ…)” นั่นอาจหมายความว่าเขาเพิ่งตระหนักได้ ว่าจริง ๆ แล้วคนที่อยู่กับเขามาตลอด และโน้มน้าวเขาจนถึงขั้นลงมือฆ่าสปาร์มา ก็ไม่ใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นดีคอนนั่นเอง

นอกจากนี้ The Little Things ยังเป็นหนังที่สอดแทรกสัญลักษณ์เกี่ยวกับศาสนาคริสต์เยอะมาก ทั้งฉากที่มีไม้กางเขน รูปภาพนักบุญ ชื่อโรงแรมที่ล้อมาจากชื่อนักบุญ รวมถึงบทพูดของตัวละครอย่างดีคอน ที่มักจะยกเรื่องของพระเจ้า เทวดา และโบสถ์มาพูดอยู่บ่อย ๆ ซึ่งตีความได้ว่า หนังพยายามนำเสนอให้ดีคอนเป็นตัวแทนของ นักบุญที่กลายเป็นนักบาป หลังจากที่เขาพลั้งมือฆ่าเหยื่อในคดีเมื่อหลายปีก่อนไป คอนเซ็ปต์ของนักบุญที่ทำบาปเสียเองจึงค่อนข้างน่าคิดว่าเป็นเพียงแค่ปมของตัวละคร หรือหนังตั้งใจหมายความว่าดีคอนเป็นฆาตกรจริง ๆ

ทฤษฎีที่ 3: ฆาตรกรมีหลายคน และคดีทั้งหมดไม่ใช่ฆาตกรรมต่อเนื่อง

ในฉากเปิดเรื่อง เราจะเห็นเด็กสาวที่กำลังขับรถอยู่บนถนนเปลี่ยว ก่อนจะถูกรถน่าสงสัยคันหนึ่งไล่ตาม เธอจึงจอดรถที่ปั๊มและหนีเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิดก่อนจะถูกฆ่า ข้อสังเกตคือ รถของคนร้ายที่ปรากฎในฉากนั้นไม่เหมือนกับรถคันอื่น ๆ ในเรื่องเลย รวมถึงลักษณะของคนร้ายที่เห็นลาง ๆ เป็นชายผอมสูง ผิวขาว ไม่มีหนวด ซึ่งก็ไม่ตรงกับตัวละครตัวไหนในเรื่องเลยนอกจากแบ็กซ์เตอร์ (ซึ่งไม่มีทางเป็นคนร้ายได้อยู่แล้ว) จึงอาจเป็นไปได้ว่าคนร้ายในฉากแรกไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีอื่น ๆ ในเรื่องเลยสักนิด แค่ใส่เข้ามาให้คนสับสนเฉย ๆ

ส่วนคดีฆาตกรรมที่มีสปาร์มาเป็นผู้ต้องสงสัย แม้จะคล้ายกับคดีที่ดีคอนเคยทำ รวมถึงคล้ายกับคดีที่เกิดในรัฐอื่น ๆ อย่างอิลลินอยส์และมิชิแกน แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันได้ว่าเกิดจากฆาตกรคนเดียวกัน เห็นได้จากการที่ดีคอนพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างคดี ด้วยการเอาหลักฐานต่าง ๆ ไปให้เพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจสอบ แต่กลับบ่งบอกอะไรชัดเจนไม่ได้เลย นั่นอาจเป็นเพราะมันไม่เกี่ยวข้องกันมาตั้งแต่ต้น เรื่องนี้จึงจบลงด้วยการที่ทั้งดีคอนและแบ็กซ์เตอร์จับฆาตกรเข้าคุกไม่ได้สักคน ซ้ำยังพลั้งมือคร่าชีวิตคนไปอีก 2 ชีวิต ทำให้ชีวิตต้องเละเทะเพราะหมกมุ่นกับคดีและความมุ่งมั่นของตัวเองเกินไป ทฤษฎีนี้อาจจะฟังดูง่ายไปหน่อย แต่ก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลทีเดียวครับ เพราะแก่นแท้ที่หนังต้องการจะสื่ออาจจะไม่ใช่อะไรเลยก็ได้ นอกจากอีโก้ หรืออัตตาในตัวมนุษย์นั่นเอง

ถึงแม้ดูแล้วจะปวดหัวตุบ ๆ แต่ก็พูดได้ว่า นี่แหละคือเสน่ห์ของ The Little Things จากผู้กำกับ John Lee Hancock เป็นหนังสืบสวนสอบสวน Slow Burn จบแบบปลายเปิดให้นำไปถกเถียงต่อได้มากมาย สุดท้ายถ้าอ่านบทความนี้จบแล้วยังไม่รู้ว่าใครคือฆาตกรกันแน่ พี่ป๊อบแนะนำให้เลือกเชื่อทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งด้านบนไปเลยครับ แล้วชีวิตจะสงบสุข ไม่ต้องนั่งคิดนอนคิดถึงเรื่องนี้อีก (ฮา) ส่วนใครที่อ่านแล้วอยากดูซ้ำ The Little Things สืบลึกปลดปมฆาตกรรม มีให้เช่าดูได้บน TrueID (เหมือนว่าแอปสตรีมมิงอื่นจะไม่มีด้วย) ตามไปปวดหัวกันอีกรอบได้เลยครับ