ช่วงนี้โรงภาพยนตร์ไทยค่อนข้างเงียบเหงา หนังที่กำลังจะเข้าก็ถูกเลื่อนไปเรื่อย ๆ เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ยังไม่ดีขึ้น ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจนะครับถ้าเห็นพี่ป๊อบเอาบทความเกี่ยวกับหนังเก่า ๆ มาฝากบ่อย ๆ เพราะในเมื่อหนังใหม่ไม่เข้า ก็ได้เวลาเปิดกรุหนังเก่าเอาออกมาดูซะเลย วันนี้เป็นคิวหนังของผู้กำกับชื่อดัง Zack Snyder ผู้ซึ่งแฟน ๆ DC น่าจะรู้จักเขาดี เพราะกำกับหนัง DC Universe มาแล้วแทบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Man of Steel, Batman v Superman, Justice League, Wonder Woman รวมถึงเรื่องล่าสุดอย่าง Wonder Woman 1984 บทความนี้จะพาไปย้อนดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกที่แจ้งเกิดชื่อแซ็ค สไนเดอร์ ขึ้นมา กับ Watchmen ศึกซุปเปอร์ฮีโร่พันธุ์มหากาฬ

NO SPOILER: บทความนี้ปลอดสปอยล์

เรื่องย่อ: เมื่อซุปเปอร์ฮีโร่ถูกลอบสังหาร

Watchmen เล่าถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อค.ศ.1939 ยุคที่อเมริกามีเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ในชุดหลากสีคอยปกป้องคุ้มครองบ้านเมืองเสมือนเป็นอาชีพหนึ่ง โดยกลุ่มฮีโร่ดังกล่าวเรียกตัวเองว่า “Minutemen” แต่ต่อมาเมื่อมีการออกกฎหมายห้ามเหล่าฮีโร่ใส่หน้ากาก ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องเปิดเผยใบหน้าและตัวตนหากต้องการจะทำอาชีพนี้ต่อไป ฮีโร่ในกลุ่มส่วนใหญ่จึงวางมือเพราะไม่ต้องการเป็นที่รู้จัก กลุ่มมินิทเมนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง บ้างเกษียณไปทำอย่างอื่น บ้างผันตัวไปเป็นนักธุรกิจพันล้าน แต่ก็ยังมีบางคนที่ยินยอมเปิดเผยตัวตนจนกลายเป็นคนของสาธาณชน รวมถึงทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐ อย่างเช่น “เดอะ คอมเมเดียน (The Comedian)” และ “ด๊อกเตอร์แมนฮัตตัน (Dr.Manhattan)”

หลายปีต่อมา อเมริกากับโซเวียตกำลังอยู่ในช่วงตึงเครียดท่ามกลางสงครามเย็น ซึ่งสถานการณ์อาจเลวร้ายลงจนถึงขั้นรบกันด้วยนิวเคลียร์ กลุ่มซุปเปอร์ฮีโร่ยุคใหม่ที่เปิดเผยหน้าตามกฎหมาย และได้ชื่อว่า “Watchmen” กำลังพยายามร่วมมือช่วยเหลือรัฐบาลสหรัฐอย่างหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ที่อาจก่อให้เกิดความตายจำนวนมาก ขณะเดียวกันนั้นเอง เดอะคอมเมเดียน ฮีโร่หนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งมินิทเมนกลับถูกลอบสังหารโดยใครบางคนที่แข็งแกร่งถึงขนาดฆ่าฮีโร่ได้ ทำให้ “รอร์แชค (Rorschach)” เพื่อนเก่าในทีมมินิทเมนเกิดความสงสัยว่าอาจมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขาจึงออกสืบหาเบาะแสด้วยตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังจะเปิดโปงไม่ใช่แค่คนร้ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความลับดำมืดของมินิทเมนที่เพื่อนร่วมทีมของเขาเก็บซ่อนมาหลายปีอีกด้วย

3 ข้อน่าสนใจที่ทำให้ Watchmen ไม่ใช่หนังฮีโร่ธรรมดา

1. เป็นหนังฮีโร่เรื่องแรกของ Zack Snyder

แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่รู้จักแซ็ค สไนเดอร์ จาก DC Universe เพราะแนวทางการกำกับของเขาที่ทำหนังฮีโร่ออกมาได้กลมกล่อม ตัวละครมีมิติ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ผดุงความยุติธรรมของโลกนี้ แต่ยังมีส่วนของความสุข เศร้า เหงา สูญเสีย ไม่ต่างจากมนุษย์คนหนึ่ง ดังที่เราจะเห็นจากหลาย ๆ เรื่อง เช่น Man of Steel ซุปเปอร์แมนเองก็ยังมีพาร์ทของคาร์ก เคนท์ ซึ่งเป็นแค่คนธรรมดา หรือ ไดอาน่า พรินซ์ ใน Wonder Woman ที่เมื่อถอดชุดยอดมนุษย์ออกแล้ว เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ็บปวดจากการสูญเสียคนรักได้เหมือนมนุษย์ปกติ หนังของแซ็ค สไนเดอร์จึงโดดเด่นมากในฐานะหนังฮีโร่ที่ออกแนวแอนตี้ฮีโร่อยู่หน่อย ๆ

แล้วแอนตี้ฮีโร่คืออะไร? แอนตี้ฮีโร่ เป็นแนวหนังประเภทหนึ่งที่ตัวเอกเหมือนจะเป็นฮีโร่ แต่ดันเป็นฮีโร่ในเรื่องที่ไม่ดี อาจทำเรื่องที่รุนแรง ขาดศีลธรรม และขัดต่อจริยธรรมคนทั่วไป แต่การกระทำเหล่านั้นก็มักจะตอบสนองความสะใจ หรือความพอใจของผู้ชมได้ ทำให้แม้คนดูจะเห็นว่าตัวเอกทำเรื่องไม่ดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาหรือเธอเป็นคนเลวร้าย เรียกอีกอย่างว่าเป็นฮีโร่สายดาร์คนั่นเอง ตัวอย่างหนังแนวแอนตี้ฮีโร่ที่หลายคนน่าจะรู้จักก็อย่างเช่น Deadpool, Venom, John Wick, Birds of Prey และหนังหลาย ๆ เรื่องของแซ็ค สไนเดอร์ รวมถึง Watchmen ด้วย ซึ่งแฟนหนังจำนวนมากก็ชื่นชอบยอดมนุษย์แนวนี้ เพราะดูสมจริง มีความเป็นมนุษย์มากกว่าหนังฮีโร่เพียว ๆ

2. ซุปเปอร์ฮีโร่ไม่ได้มีพลังเหนือธรรมชาติ

ขึ้นชื่อว่าฮีโร่ ไม่ว่าหนังเรื่องไหนก็ต้องมีความพิเศษในด้านในด้านหนึ่ง แต่ Watchmen เป็นหนังที่ฮีโร่ไม่ได้มีความสามารถอะไรเหนือคนธรรมดาเลย เพียงแค่บู๊เก่งกว่าเท่านั้น (ฮา) ยกเว้นตัวละครเพียงแค่ตัวเดียว นั่นคือ ด๊อกเตอร์แมนฮัตตัน ที่ในอดีตเคยเป็นนักวิจัยที่ทำการทดลอง “Intrinsic Fields” หรือการแยกประจุอนุภาคของวัตถุ (เข้าใจยากมาก เอาเป็นว่าเป็นการทดลองบางอย่างด้านฟิสิกส์) วันหนึ่งเกิดอุบัติทำให้เขาติดอยู่ในเครื่องแยกประจุ ร่างกายโดนสลายเป็นผง แต่เขาไม่ตาย และกลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างกายสีฟ้าเรืองแสง พร้อมพลังในการแยกหรือรวมวัตถุอะไรก็ได้ในจักรวาลนี้

นอกจากด๊อกเตอร์แมนฮัตตันแล้ว ฮีโร่คนอื่น ๆ ก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ทั่วไป บาดเจ็บได้ ตายได้ ฆ่าคนอื่นก็ได้ ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ทำเรื่องไร้เหตุผลได้เหมือนคนธรรมดา ส่วนตำแหน่งฮีโร่ก็เป็นเหมือนกับอาชีพที่มีวันเกษียณอายุ นับว่าเป็นการตีความคำว่า ‘ยอดมนุษย์’ แบบใหม่ที่น่าสนใจมากทีเดียว

3. ตอนจบในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

เนื่องจากบทความนี้ปลอดสปอยล์ ดังนั้นพี่ป๊อบจะไม่เปิดเผยนะครับว่จบแบบไหน แต่บอกได้เลยว่า นอกจากเรื่องนี้จะเป็นนิยามใหม่ของฮีโร่แล้ว ตอนจบก็ยังเป็นการตีความคำว่า ‘สันติภาพ’ เสียใหม่ด้วย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นตอนจบในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่เคยมีหนังฮีโร่เรื่องไหนทำแบบนี้เลยก็ว่าได้ แต่ไม่ต้องกลัวว่ามันจะจบแบบไม่สมเหตุสมผลนะครับ เพราะตัวละครทุกตัวในหนังล้วนมีมูลเหตุในการกระทำของตัวเอง เมื่อเรื่องดำเนินมาจนถึงช่วงสุดท้าย จึงไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกค้านสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว มิหนำซ้ำยังประทับใจอีกต่างหาก เพราะสัมผัสได้ว่า Watchmen ของแซ็ค สไนเดอร์ เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่โฉมใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำ แตกต่างจากหนังยอดมนุษย์เรื่องอื่นในตลาดมากจริง ๆ

เรื่องนี้ออกฉายในโรงตั้งแต่ปี 2009 นับว่าเป็นหนังแนวแอนตี้ฮีโร่ยุคบุกเบิกอีกเรื่องหนึ่ง แต่ปัจจุบันก็ยังมีคนให้ความสนใจอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังจาก Justice League เวอร์ชั่น Snyder Cut ถูกปล่อยออกมา ใครสนใจตามไปชมหนังเก่าคุณภาพดีแบบนี้ ใน TrueID มีทั้งพากย์ไทยและซับไทย นอนดูออนไลน์รอ The Batman 2022 เวอร์ชั่นใหม่จากจักรวาล DC ได้เลยครับ