House of the Dragon เป็นซีรีส์ไตรภาค Prequel หรือภาคเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ 300 ปีก่อนหน้า Game of Thrones จะเริ่มต้นขึ้น ภาคแรกสร้างมาจากหนังสือ “Fire & Blood” ของ George R. R. Martin บอกเล่าเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจที่เกิดขึ้นในสมัยตระกูลทาแกเรียนเรืองอำนาจ และมังกรยังโบยบินเต็มท้องฟ้าดินแดนเวสเทอรอส ซีรีส์มีกำหนดฉายในปี 2022 และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสร้าง พี่ป๊อบจึงนำเนื้อเรื่องแบบเจาะลึกมาเล่าให้ฟังกันก่อน เป็นการเตรียมความพร้อมสู่อีกเรื่องราวของมหาศึกชิงบัลลังก์ล่วงหน้า

สำหรับใครที่เข้ามาอ่านบทความนี้เป็นครั้งแรก จะบอกว่าเนื้อหาต่อจากนี้จะเป็นเนื้อหาของพาร์ท 2 นะครับ ต้องย้อนกลับไปอ่านบทความ House of the Dragon ปฐมบทตระกูลทาแกเรียน (พาร์ท 1) ก่อนถึงจะรู้เรื่อง

ก่อนจะไปอ่านเรื่องราวของศึกสายเลือดต่อ พี่ป๊อบขออนุญาตแนบภาพแผนผังตระกูลให้ดูเพื่อเตือนความจำกันอีกสักรอบ เผื่ออ่านแล้วงงกันนะครับ

แผนผังตระกูลทาแกเรียน House of the Dragon, Game of Thrones Prequel

ศึกที่สอง: สงครามแห่งเลือดเนื้อและไฟมังกร (The War of Fire & Blood)

ก่อนจะเข้าสู่ศึกต่อไป ต้องเล่าก่อนอีกนิดว่าหลังจากสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นคิง เอกอนได้แต่งงานกับเฮเลน่า น้องสาวของตัวเอง และมีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน

เริ่มต้นสงคราม

เพื่อเป็นการแก้แค้นให้ลูกชาย เรเนร่าได้ส่งไส้ศึกสองคนไปที่เรดคีพ วังหลวงที่เมืองหลวงคิงส์แลนดิ้ง ไส้ศึกทั้งสองคนนั้นได้บุกเข้าไปที่ห้องนอนของราชินีเฮเลน่า และจับลูกชายทั้งสองของเธอเป็นตัวประกัน จากนั้นก็บังคับข้อเสนออันโหดร้ายว่าพวกเขาจะฆ่าเด็กแค่คนเดียว ให้เธอเลือกว่าอยากให้คนไหนตายมากกว่ากัน เฮเลน่าขอร้องให้ฆ่าเธอแทน แต่พวกเขาก็ปฏิเสธ ด้วยความจำยอม เฮเลน่าจึงจำใจเลือกลูกชายคนที่สอง เพราะเธอเสียลูกชายคนแรกซึ่งถือเป็น First born และจะต้องเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปไม่ได้ แต่เมื่อจบคำ ไส้ศึกทั้งสองของเรเนร่ากลับปาดคอลูกชายคนแรก (ที่เฮเลน่าไม่ได้เลือก) ทิ้งอย่างเลือดเย็น และบอกว่า “ลูกชายก็ต้องแลกมาด้วยลูกชาย” องค์ราชินียิ่งกว่าใจสลาย ว่ากันว่าตอนที่ทหารเข้ามาพบ เธอยังคงกรีดร้องขณะที่กอดศพเปื้อนเลือดของลูกชายไว้ หลังจากเหตุการณ์นั้นเฮเลน่าก็ถึงกับเสียสติไปเลยทีเดียว

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

รวบรวมกำลังพล

การที่เรเนร่าลอบฆ่าลูกชายซึ่งเป็น First born ของกษัตริย์เอกอนถือเป็นการประกาศสงครามระหว่างพี่น้องทาแกเรียนอย่างเป็นทางการแล้วครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มสงครามแบบ ‘physical war’ หรือสงครามแบบยกทัพตีกัน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องพยายามหาแบ็กอัปมาสนับสนุนฝ่ายตัวเองก่อน อย่างที่เรเนร่าส่งลูกชายไปเจรจากับลอร์ดบาราเธียนนั่นแหละครับ ฝ่ายเอกอนมีขุนนางและทัพทหารในเรดคีพคอยสนับสนุน ส่วนเรเนร่า แม้ว่าจะอกหักจากบาราเธียนมา แถมยังต้องจ่ายค่าบทเรียนราคาแพงเป็นลูกชายตัวเองทั้งคน แต่เธอก็เกณฑ์ตระกูลใหญ่มาสนับสนุนตัวเองได้สำเร็จ ซึ่งหลายตระกูลที่สนับสนุนฝั่งเรเนร่าก็เป็นตระกูลที่เราคุ้นเคยกันดีใน Game of Thrones เช่น ลอร์ดแห่งวินเทอร์เฟล (Winterfell) เวล (Vale) และฮาร์เรนฮาล (Harrenhal) เป็นต้น

สะกิดบอกนิดนึงก่อนว่า ลอร์ดห่งวินเทอร์เฟล เวล และฮาร์เรนฮาลนั้นเป็นแค่ชื่อตำแหน่งผู้ครองแคว้นนั้น ๆ นะครับ และตระกูลที่ครองแคว้นก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไปตามยุคสมัย ดังนั้น ลอร์ดแห่งวินเทอร์เฟลในสมัยเมื่อ 300 ปีก่อนจึงไม่ได้หมายถึงตระกูลสตาร์ค (Stark) และลอร์ดแห่งเวลก็ไม่ได้หมายถึงตระกูลทัลลี่ (Tully – ตระกูลเก่าของแคทเทลีน สตาร์ค ก่อนแต่งงานกับเน็ด) เช่นเดียวกัน

การที่มีตระกูลใหญ่คอยเป็นแบ็กอัปให้สำคัญกับเรเนร่ายังไง? สำคัญเพราะตระกูลใหญ่มักครอบครองกำลังพลจำนวนมาก และมักจะมีตระกูลเล็กตระกูลน้อยนับสิบอยู่ใต้ปกครอง มันจึงเหมือนกับการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ประหยัดเวลาและพลังงานกว่าการไปดีลเจ้าเล็ก ๆ ทีละเจ้ามากครับ เราจะเห็นกลไลแบบเดียวกันนี้บ่อย ๆ ใน Game of Thrones อย่างตอนที่เดอเนริส ทาแกเรียนจะยกทัพไปทวงบัลลังก์คืนจากแลนนิสเตอร์ เธอก็พยายามผูกสัมพันธ์กับตระกูลสตาร์ค ซึ่งถือเป็นตระกูลใหญ่ที่ปกครองแดนเหนือ เพื่อขยายฐานกำลังพลของตัวเองเช่นกัน (แต่ผูกสัมพันธ์กันลึกซึ้งไปหน่อย เลยได้มากกว่ากองทัพ ฮ่า ๆ)

Game of Thrones Jon Snow and Daenerys
ขอบคุณภาพจาก https://meaww.com/

สงครามระหว่างมังกร

หลังจากทั้งสองฝ่ายรวบรวมกำลังพลได้พอประมาณ เอกอนก็เริ่มสงครามจริงจังด้วยการยกทัพขึ้นเหนือเพื่อทำลายฐานกำลังของเรเนร่า เมืองแรกที่ทัพของเอกอนเข้าตีคือ “Rook’s Rest” ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นหลักที่อยู่ใกล้ ๆ ดราก้อนสโตน ลอร์ดของเมืองนั้นได้ส่งอีกาไปส่งข่าวเพื่อขอความช่วยเหลือ เรเนร่าไม่ได้ส่งกองทัพมาช่วย แต่กลับส่งพี่สะใภ้เรนิส พร้อมกับมังกรคู่ใจของเธอมาแทน เพราะคิดว่าแค่มังกรตัวเดียวก็สามารถเผากองทัพมนุษย์ให้ไหม้เป็นจุณได้แล้ว

มังกรสามารถทำลายกองทัพได้จริงครับ แต่สิ่งที่เรเนร่าไม่รู้ คือนี่เป็นกับดักที่เอกอนตั้งใจสร้างขึ้น เพราะเมื่อเรนิสขี่มังกรมาถึง ทั้งเอกอนกับน้องชาย เอมอนที่ 2 และมังกรทั้งสองตัวของพวกเขาที่รออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ก็เข้าโจมตีเรนิสจากบนท้องฟ้าทันที เรนิสหนีเอาตัวรอดไม่ได้ด้วยศักดิ์ศรีค้ำคอ เธอจึงจำเป็นต้องสู้ทั้งที่เสียเปรียบ เพราะอย่างที่เคยบอกว่า “เวการ์” มังกรของเอมอนนั้นเป็นมังกรที่ผ่านสงครามมาหลายศึก มีชีวิตอยู่ยาวนานมาตั้งแต่สมัยต้นตระกูลทาแกเรียนถึง 180 ปี อีกทั้งคราวนี้ยังมี “ซันไฟร์ (Sunfyre)” มังกรของเอกอนที่ทั้งตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีทอง ได้ขึ้นชื่อว่างดงามและสง่างามที่สุดในโลก

การต่อสู้ระหว่างมังกรสามตัวในครั้งนั้นนับได้ว่าเป็น ‘Dragon Fight’ ครั้งยิ่งใหญ่ ว่ากันว่าเพลิงไฟบนท้องฟ้าใหญ่โตราวกับมีดวงอาทิตย์ดวงที่สองปรากฎขึ้นเลยทีเดียว หลังจากสงครามระหว่างมังกรจบลง คนที่รอดมาได้แน่นอนว่าก็หนีไม่พ้นสองพี่น้องเอกอนและเอมอน แต่มีเพียงเอมอนและเวการ์ มังกรของเขาเท่านั้นที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ส่วนซันไฟร์ มังกรของเอกอนถูกฉีกปีกข้างหนึ่งจนเกือบหลุดออกจากร่าง และกษัตริย์เอกอนเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างของเขาถูกทับอยู่ใต้ลำตัวซันไฟร์ เกราะถูกหลอมจนแทบจะติดรวมไปกับเนื้อหนัง ถึงแม้ว่าตัวจะรอดตาย แต่กษัตริย์หนุ่มก็สภาพจิตใจพังทลาย และกลายเป็นเสพติดน้ำนมดอกฝิ่น ซึ่งเป็นยาช่วยลดความเจ็บปวดเพื่อไม่ให้กลายเป็นบ้าไปเสียก่อน

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

ด้านเรนิส แน่นอนว่าเธอพ่ายแพ้ มังกรของเธอถูกฉีกร่างออกเป็นชิ้น ๆ และตัวเธอเองถูกเผากลายเป็นเพียงกองขี้เถ้า นอกจากความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะโหดร้ายจนทำให้ทหารเสียขวัญกำลังใจอย่างมากแล้ว ในมุมของเรเนร่าเอง เธอได้เสียงทั้งลูก พี่สะใภ้ และมังกรอีกสองตัวไปโดยเปล่าประโยชน์

การตัดสินใจของราชินี

ความตายของเรนิสทำให้เรเนร่าอยู่ไม่สุข รีบตัดสินใจส่งลูกชายอีกสองคนออกจากดราก้อนสโตน ข้ามทะเลไปอยู่ที่อื่นเพื่อลี้ภัย แต่ไม่กี่วันต่อมา ลูกชายของเธอก็ซมซานกลับมาหาพร้อมมังกรที่บาดเจ็บจนเกือบตาย ที่สำคัญคือกลับมาแค่คนเดียวเท่านั้น ส่วนอีกคนถูกทัพเรือของเอกอนจับตัวไป เรเนร่ากระวนกระวายใจกว่าเดิม สั่งให้ “จาคาริส” ลูกชายคนโต First born ผู้เป็นทายาทสืบบัลลังก์ของเธอให้บินไปช่วยน้องชาย แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้ง เพราะมันทำให้เธอต้องเสียงทั้งมังกรตัวที่สี่ และลูกชายคนโตไปตลอดกาล

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire and Blood

คงโทษใครไม่ได้ในมื่อการตัดสินใจของเรเนร่าทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียเอง อย่างไรก็ตาม ทาแกเรียนทุกคนเป็นสายเลือดแห่งมังกร ‘ทุกคน’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเชื้อพระวงศ์เท่านั้น แต่รวมถึงเหล่าลูกครึ่งและลูกนอกสมรสทั้งหลายด้วย เพียงแค่มีเสี้ยวหนึ่งของสายเลือดนี้ก็ล้วนมีโอกาสเป็น ‘Rider’ หรือ ‘ผู้ขี่มังกร’ ได้ทั้งนั้น ดังนั้น สิ่งที่เรเนร่าทำคือการออกประกาศครับ ประกาศว่าลูกนอกสมรสทาแกเรียนคนใดก็ตามที่สามารถขี่มังกรป่าที่เหลืออีก 6 ตัวบนดราก้อนสโตนได้ พวกเขาจะได้รับทองและยศถาบรรดาศักดิ์อย่างงาม เหล่าลูกนอกสมรสที่ขี่มังกรได้นี้ถูกเรียกว่า “Dragonseeds” และด้วย Dragonseeds เรเนร่าจึงได้ทัพมังกรมาเป็นของตัวเองเพิ่มขึ้นอีก 4 ตัว

การตัดสินใจของพระอนุชา

ตัดภาพมาที่ฝั่งเอกอน หลังจากบาดเจ็บสาหัสจากสงครามมังกรที่เมือง Rook’s Rest เอมอนที่ 2 น้องชายของเอกอนกลายเป็นผู้สำเร็จราชการแทน เอมอนนั้นต่างจากเอกอน เขาหุนหันพลันแล่นกว่าพี่ชาย ทัพเขียวภายใต้การบังคับบัญชาของเอมอนรีบเดินทัพขึ้นเหนือเพื่อยึดเมืองฮาร์เรนฮาล ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญคืนจากเรเนร่า ทว่าเรเนร่ารู้ทันครับ เธอล่อให้เอมอนยกทัพออกจากคิงส์แลนดิ้ง เพื่อที่เมืองหลวงและบัลลังก์เหล็กจะได้ไร้การป้องกัน เมื่อเอมอนไปถึงฮาร์เรนฮาล เขาก็พบเพียงซากเมืองที่ถูกทิ้งร้าง เพราะทัพของเรเนร่าได้จากไปตั้งนานแล้ว

กลการหลอกล่อ และการตัดสินใจอันผิดพลาดของเอมอนทำให้เรเนร่ายึดเมืองหลวงได้สำเร็จ แถมยังจับเอลิเซนท์กับเฮเลน่า แม่และราชินีของกษัตริย์เอกอนไว้เป็นเชลยด้วย แต่ตัวเอกอนที่บาดเจ็บอย่างหนักกลับหนีหายไปได้อย่างเป็นปริศนา และด้วยเหตุนี้ เรเนร่าจึงได้นั่งบัลลังก์เหล็กซึ่งเธอเชื่อว่าตามสิทธิ์อันชอบธรรม มันควรเป็นของเธอตั้งแต่ต้น ตามตำนานหลังจากเรเนร่าลุกขึ้นจากบัลลังก์นั้น ทั้งแขนและขาของเธอมีเลือดไหลลงมาเป็นทาง เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบัลลังก์เหล็กปฏิเสธไม่ยอมรับเธอเป็นราชินี (เล่ากันไปนั่น จริง ๆ เป็นเพราะบัลลังก์ทำจากดาบและใบมีดต่างหาก)

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

หลังจากเอมอนรู้ว่าความหุนหันของตัวเองเป็นเหตุให้เสียเมืองหลวงไป เขาจึงพยายามยกทัพกลับไปตีคืน ระหว่างที่เดินทัพก็เข้าล้อมทำลายแคว้นและหมู่บ้านที่ไปเข้ากับฝั่งเรเนร่าไปด้วย จนกระทั่งทัพเขียวมาหยุดพักที่เมืองหนึ่ง เรเนร่าที่รู้ข่าวว่าเอมอนกำลังจะมาเอาคิงส์แลนดิ้งคืน จึงส่งลูกนอกสมรสทาแกเรียน หรือ Dragonseeds ของเธอไป 2 คนเพื่อทำลายกองทัพ แต่ Dragonseeds สองคนนั้นกลับทรยศเธอไปเข้ากับพวกทัพหลวง ทำให้เรเนร่าเลิกเชื่อใจ และสั่งฆ่าลูกนอกสมรสทุกคน ในที่นี้รวมถึงเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งลอบเป็นชู้กับแดมอน สามีและอาแท้ ๆ ของเรเนร่าด้วย

การตัดสินใจของพระสวามี

แดมอนฆ่าชู้รักตัวเองไม่ลง จึงจำใจส่งเด็กสาวและมังกรของเธอให้หนีหายลับไปในท้องฟ้า ด้วยความโมโหที่ทัพของเอมอนทำให้เขาต้องเสียชู้รักไป ความทะนงตน และความคิดว่าเอกอนกำลังจะพ่ายแพ้ แดมอนจึงส่งจดหมายนัดดวลตัวต่อไปไปให้เอมอน หวังว่าจะฆ่าเขาทิ้งเสียให้หมดเสี้ยนหนาม

ทั้งคู่ต่อสู้กันที่ฮาร์เรนฮาล เอมอนมาคนเดียวตามนัดพร้อมเวการ์ มังกรศึกคู่ใจ จำได้ไหมครับว่ามังกรตัวนี้ไม่เคยแพ้ใครเลยตั้งแต่เริ่มเรื่องมา แต่จะบอกว่า “คาราเซส (Caraxes)” มังกรของแดมอนเอง แม้จะมีอายุและประสบการณ์ที่น้อยกว่า แต่ก็เป็นมังกรหนุ่มที่มีพละกำลังมากกว่า

เมื่อทั้งสองตัวทยานขึ้นสู่ฟากฟ้า เวการ์ที่แก่กว่าและช้ากว่าบินตามไม่ทัน มันจึงทำได้แค่คำรามเพื่อพยายามความหาตัวคาราเซสในอากาศ ทันใดนั้นเอง คาราเซสก็พุ่งทะลุเมฆมาราวสายฟ้าฟาด กัดเข้าที่คอของเวการ์ ฝ่ายเวการ์เองก็ใช้กรงเล็บแทงเข้าที่อก และใช้ฟันกัดปีกของคาราเซสขาดสะบั้น ทั้งคู่โรมรันพันตูกันจนดิ่งลงมาจากท้องฟ้า ขณะนั้นเอง แดมอนก็กระโดดข้ามจากหลังคาราเซสไปหาเอมอน และใช้ดาบแทงทะลุดวงตาของเขา ก่อนที่มังกรทั้งสองตัวจะร่วงลงกระแทกผืนทะเลสาบเบื้องล่าง ว่ากันว่าน้ำกระจายเป็นวงกว้างราวคลื่นยักษ์ สูงเท่ากับหอคอยที่สูงที่สุดของฮาร์เรนฮาล และทะเลสาบถูกย้อมเป็นสีแดงฉานจากเลือดของมังกร รวมถึงเลือดของแดมอนและเอมอนที่เสียชีวิตที่นั่นเช่นกัน

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

การตัดสินใจของประชาชน

หลังจากการตายของแดมอนผู้เป็นสามี เรเนร่าไม่ทันได้เศร้าโศกเสียใจก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน เฮเลน่า ราชินีของเอกอนพลัดตกจากระเบียงลงมาถูกเหล็กเสียบเสียชีวิตที่หน้าคูเมือง ประชาชนคิงส์แลนดิ้งจึงลุกฮือกันประท้วงเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้อดีตราชินีของพวกเขา รวมถึงลูกชายคนโตของเฮเลน่าที่ถูกเรเนร่าลอบฆ่าด้วย (ถ้าจำไม่ได้ ย้อนกลับไปอ่านที่หัวข้อ “เริ่มต้นสงคราม” ได้ครับ) เหตุการณ์รุนแรงขึ้นจนถึงขั้นที่ประชาชนไม่ได้ต่อต้านแค่เรเนร่า แต่รวมถึงมังกรอีก 4 ตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเธอด้วย

ประชาชนคนหนึ่งชี้ไปที่ “ดราก้อนพิท (Dragonpit)” สิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นอาคารที่ใช้ล่ามมังกรไว้ใต้ดิน พร้อมกับตะโกนขึ้นว่า “นั่นคือที่อยู่ของปีศาจ เมืองนี้เป็นของมัน ถ้าเราอยากให้เมืองเป็นของเรา เราต้องฆ่ามัน” พวกเขาฆ่ามังกรได้สำเร็จทุกตัว แต่ก็แลกมาด้วยชีวิตคนบริสุทธิ์จำนวนมหาศาล

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

เรเนร่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เธอหวาดกลัวเกินกว่าจะทำอะไรได้ สามีตายไปแล้ว  Dragonseeds ที่มีก็ทรยศ และมังกรซึ่งเป็นอาวุธทั้ง 4 ของเธอก็ถูกฆ่า กองทัพเหลือคนอยู่เพียงหยิบมือ เรเนร่าไม่เหลืออะไรที่จะรักษาอำนาจไว้ในมือได้เลย ซ้ำร้าย ลูกชาย 1 จากที่เหลืออยู่ 2 คนก็ขโมยมังกรของเธอเพื่อหวังจะบินไปช่วยมังกรที่กำลังถูกฆ่าในดราก้อนพิท แต่มังกรที่เป็นของราชินีไม่ฟังคำสั่งใคร มันสลัดจนเด็กชายหลุดจากตัว ร่วงลงกระแทกพื้นเบื้องล่าง

ศึกสุดท้าย: จุดจบของมหาศึกชิงอำนาจ

เรเนร่าตัดสินใจทิ้งบัลลังก์เหล็ก และขายมงกุฎเพื่อพาตัวเองและลูกชายที่เหลืออยู่คนสุดท้ายกลับไปตั้งหลักที่ดราก้อนสโตน อย่างน้อยที่นั่นก็ยังมีความหวังมากกว่าที่คิงส์แลนดิ้ง เพราะในปราสาทที่ดราก้อนสโตนมีไข่มังกรอีกหลายใบเก็บซ่อนไว้ ทว่าเมื่อไปถึงบ้าน เรเนร่าพบว่าเอกอนได้รอเธออยู่ที่นั่น พร้อมกับอัศวินและมังกรซันไฟร์ที่บาดเจ็บเจียนตายเช่นเดียวกับเจ้าของมัน

จุดจบของมหากาพย์การต่อสู้ชิงบัลลังก์อันยาวนานนี้ คือการที่เรเนร่าถูกซันไฟร์ มังกรของเอกอนเผาทั้งเป็น และฉีกร่างเธอออกเป็น 7 ส่วน กินเข้าไป 6 ส่วน เหลือส่วนสุดท้ายที่เป็นท่อนขาไว้ให้ดูต่างหน้า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาลูกชายคนสุดท้ายของตัวเอง

สงครามระหว่างเรเนร่าและเอกอนถูกตั้งชื่อให้ภายหลังว่า “สงครามมังกรเริงระบำ (The Dance of the Dragons)” และสุดท้ายลูกชายคนสุดท้ายของเรเนร่าก็แต่งงานกับลูกสาวของกษัตริย์เอกอน (ที่รอดมาจากการลอบฆ่าโดยไส้ศึกสองคน) เป็นอันจบเรื่องราวสงครามอันยาวนานที่เผาเวสเทอรอสเป็นจุณ ทายาททาแกเรียนครองบัลลังก์เหล็กต่อจากนั้นอีกประมาณ 100 กว่าปี ก่อนจะถูกฆ่าล้างบางไปพร้อมกับ ‘The Last Dragon’ หรือมังกรตัวสุดท้ายบนโลก

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

ในที่สุดก็จบแล้วครับ กับเรื่องราวของ House of the Dragon แบบละเอียดยิบ เก็บครบทุกเม็ดที่พี่ป๊อบนำมาเขียนให้ทุกคนได้อ่านกัน มาถึงตรงนี้อย่าว่าแต่คนอ่านเหนื่อยเลยครับ คนเขียนก็หอบแฮ่ก ๆ เหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น หากบทความซีรีส์นี้ตกหล่น หรือมีข้อมูลผิดพลาดตรงไหน ต้องออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ และต้องขอขอบคุณ Youtube channel: Fire & Blood ด้วย สำหรับการเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมด และนำมาเล่าสู่กันฟัง หากมีข่าวความคืบหน้าอื่น ๆ เกี่ยวกับซีรีส์นี้ สัญญาว่าจะรีบนำมาอัปเดตทันทีครับ สำหรับวันนี้พี่ป๊อบคงต้องขอลาไปก่อนพร้อมกับประโยคสโลแกนของเรื่อง

สมัย Game of Thrones คือ “Winter is coming” แต่สำหรับ House of the Dragon คงต้องขอบอกว่า “Fire will reign” ไฟจะครองบัลลังก์ครับ