แม้จะฉายจบไปนานแล้ว แต่พี่ป๊อบเชื่อว่า Game of Thrones หรือ “มหาศึกชิงบัลลังก์” ยังเป็นซีรีส์ที่หลายคนลืมไม่ลง แม้ว่าภาคสุดท้ายจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก (จริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่ภาคสุดท้ายหรอกครับ แต่โครงสร้างซีรีส์มันเริ่มกลวงมาตั้งแต่ท้ายซีซั่น 6 ยาวมาจนถึงซีซั่น 7 แล้ว) แต่ถึงอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งตำนานของ HBO ที่ดูสนุกมาก ๆ ตั้งแต่สงครามเย็นที่เกิดขึ้นในช่วงซีซั่นต้น ๆ เช่น คนนั้นทรยศคนนี้ คนนี้ลอบฆ่าคนนั้น คนนู้นสมคบคิดกับคนโน้น มาจนถึงศึกที่เป็น ‘สงคราม’ จริง ๆ ในช่วงซีซั่นท้าย

หลังซีรีส์จบไปท่ามกลางความไม่พอใจของแฟน ๆ ส่วนใหญ่ หลายคนอาจจะไม่ได้ติดตามข่าวต่อ แต่ทาง HBO ได้ออกมาประกาศแล้วนะครับว่าจะมีการทำภาค ‘Prequel’ หรือภาคเรื่องราวก่อนที่เหตุการณ์ใน Game of Thrones จะเริ่มต้น พูดง่าย ๆ ก็คือภาคที่จะบอกเล่าประวัติศาสตร์ของดินแดน Westeros นั่นเองครับ ซึ่งพี่ป๊อบต้องบอกเลยว่าน่าติดตามมาก เพราะเวสเทอรอสแต่เก่าก่อนนั้นถูกปกครองโดยตระกูลทาแกเรียน (Tagaryen) และสิ่งหนึ่งที่โลกสมัยนั้นมี แต่ใน Game of Thrones ไม่มี นั่นก็คือดินแดนที่เต็มไปด้วยมังกร

House of the dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก https://editorial.rottentomatoes.com/

House of the Dragon เรื่องราวเป็นยังไง?

ซีรีส์ภาคประวัติศาสตร์นี้ถูกสร้างจากหนังสือของลุง George R. R. Martin เจ้าเดิม ชื่อหนังสือว่า “Fire & Blood” ซึ่งจะบอกเล่าเรื่องราว 300 ปีก่อนเหตุการณ์ใน Game of Thrones ในสมัยที่ตระกูลทาแกเรียนยังเรืองอำนาจ ดินแดนเวสเทอรอสถูกปกครองด้วยเหล่ามังกรและ ‘ผู้ขี่มังกร’

ก่อนจะไปเริ่มต้นอ่านเรื่องราวทั้งหมด พี่ป๊อบอยากให้ดูแผนผังตระกูลทาแกเรียนดั้งเดิมด้านล่างนี้ เพื่อให้เข้าใจลำดับญาติกันก่อนครับ 

แผนผังตระกูลทาแกเรียน House of the Dragon, Game of Thrones Prequel

โดยแผนผังนี้จะรวมมาแค่ตัวละครหลักที่เป็นส่วนสำคัญของเรื่องเท่านั้น จริง ๆ ทาแกเรียนมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเยอะกว่านี้มากครับ เมื่อดูจากแผนผัง หลายคนเห็นแล้วก็อาจจะพอเดาพล็อตได้ไม่ยาก ใช่ครับ นี่เป็นเรื่องราวของศึกชิงบัลลังก์ที่เกิดขึ้นโดยการห้ำหั่นกันของพี่น้องในตระกูลล้วน ๆ และถ้าหากใครยังไม่ทราบ ก็ควรทราบไว้นะครับว่าทาแกเรียนมีการ ‘Incest’ หรือสมสู่กับพี่น้องในสายเลือดเดียวกันเป็นปกติ เพราะพวกเขาเชื่อว่าการแต่งงานกับคนตระกูลเดียวกัน คือการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสายเลือดเก่าแก่ไว้ เป็นคอนเซ็ปต์แบบเดียวกับเลือดบริสุทธิ์และเลือดสีโคลนในหนังพ่อมดที่ทุกคนต้องเคยดูอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์นั่นเอง

มาถึงตรงนี้ พร้อมเริ่มต้นปฐมบทของมหากาพย์สงครามกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว… ขอต้อนรับทุกท่านสู่เวสเทอรอสครับ

ชนวนที่หนึ่ง: ลูกสาวผู้ถูกทอดทิ้ง

เรื่องราวเริ่มต้นที่กษัตริย์เจเฮริส ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของ “Aegon The Conqueror” หรือเอกอนผู้พิชิต ผู้เป็นกษัตริย์องค์แรกของทาแกเรียน และเป็นผู้สร้างบัลลังก์เหล็ก (Iron Throne) ถ้าใครเคยดู Game of Thrones มาก่อนก็จะคุ้น ๆ ชื่อนี้อยู่บ้าง เพราะเอกอนเปรียบเสมือนมหาบุรุษของเวสเทอรอส เป็นคนที่ประชาชนให้การยกย่อง และถือเป็นต้นตระกูลผู้ปกครองเวสเทอรอสที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคหนึ่ง เจเฮริสที่เป็นหลาน และสืบทอดบัลลังก์ต่อมา ก็ได้รับการยอมรับไม่ต่างกัน ว่ากันว่าเขาเป็นกษัตริย์ที่ครองแผ่นดินโดยธรรม ใจกว้าง และเอื้อเฟื้อที่สุดองค์หนึ่ง

กษัตริย์เจเฮริสมีลูกหลายคน แต่คนที่มีบทบาทสำคัญ คือ ลูกชายคนโต “เอมอน” และลูกชายคนรอง “เบลอน” เดิมทีเอมอนซึ่งเป็นโอรสคนโต (First born) จะมีสิทธิ์ในการขึ้นครองบัลลังก์ต่อหลังจากพ่อตาย แต่เอมอนดันตายก่อนพ่อครับ กษัตริย์เจเฮริสจึงโอนสิทธิ์ในการสืบบัลลังก์ไปให้เบลอนผู้เป็นน้องชาย ท่ามกลางเสียงคัดค้านของราชินีและขุนนางทั้งหลาย เพราะจริง ๆ เอมอนมีลูกสาว (เรนิส) และลูกสาวของเอมอนได้ให้กำเนิดบุตรชาย (เลเนอร์) ถ้าว่ากันตามหลักแล้ว เลเนอร์ควรจะได้นั่งบัลลังก์มากกว่า เพราะถือเป็นเชื้อสายโดยตรงของ First born และเบลอนควรเป็นได้แค่ทายาทลำดับสองเท่านั้น เรนิสจึงกลายเป็นลูกสาวที่ถูกทอดทิ้ง แทนที่จะได้เป็น Queen mother (แม่ของกษัตริย์) ก็กลับได้เป็นแค่ญาติห่าง ๆ นี่จึงเป็นชนวนความแตกแยกแรกที่ทำให้เรนิสรู้สึกว่าการสืบทอดบัลลังก์เหล็กนั้นเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม

ชนวนที่สอง: ราชินีผู้ถูกปล้นบัลลังก์

หลังจากเบลอนได้สิทธิ์ในการครองราชย์มา บัลลังก์ก็ถูกส่งต่อไปสู่วิเซริสผู้เป็นลูกชาย แต่พระชายาคนแรกของวิเซริสมีบุตรสาว (เรเนร่า) ได้แค่คนเดียว เขาจึงแต่งตั้งลูกสาวเป็นทายาทคนต่อไป แม้ว่าต่อมาหลังจากนั้นวิเซริสจะแต่งงานใหม่ และพระชายาคนใหม่จะให้กำเนิดบุตรชาย (เอกอน) ซึ่งถือเป็น First born ของเขาก็ตาม แต่กษัตริย์วิเซริสก็ยังปฏิเสธไม่ย้ายสิทธิ์ในการสืบทอดบัลลังก์ไปให้เอกอนอยู่ดี สร้างความไม่พอใจให้เอลิเซนท์ พระชายาคนที่สองผู้เป็นแม่ของเอกอนเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์นี้ทำให้เรดคีพ (Red Keep) หรือวังหลวงแตกออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งที่สนับสนุนเอกอน (ทัพเขียว) และฝั่งที่สนับสนุนเรเนร่า (ทัพดำ)

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนว่า ด้วยความที่เรเนร่าเป็นรัชทายาท เธอจึงมีสิทธิ์ได้ครอบครองดินแดน มีปราสาทเป็นของตัวเอง นั่นก็คือเกาะดราก้อนสโตน (Dragonstone) บ้านเกิดและฐานที่มั่นแรกของตระกูลทาแกเรียน ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงมาที่คิงส์แลนดิ้ง (King’s Landing) เมื่อกษัตริย์วิเซริสตาย คนรับใช้ที่เข้าไปพบศพก็วิ่งไปแจ้งพระชายาองค์ที่สอง (เอลิเซนท์) ซึ่งขณะนั้นถือยศเป็นราชินีอยู่ที่เมืองหลวงก่อนเป็นคนแรก เอลิเซนท์เมื่อรู้ข่าว แทนที่จะรีบแจ้งเรเนร่าผู้เป็นรัชทายาทโดยชอบธรรมให้มาสืบบัลลังก์ต่อ แต่เธอกลับพยายามผลักดันลูกชายตัวเอง ซึ่งก็คือเอกอนให้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน เพราะเชื่อว่าลูกชายที่เป็น First born ควรมีสิทธิ์เหนือบัลลังก์มากกว่าลูกสาว หรืออีกนัยหนึ่ง นอกเหนือจากความหวังดีต่อลูก ตัวเธอเองก็หิวอำนาจด้วยส่วนหนึ่งครับ ในตอนนั้นวังค่อนข้างระส่ำระสาย ขุนนางส่วนใหญ่หนุนหลังเอลิเซนท์และเอกอน ส่วนน้อยที่ไม่ยอมภักดีก็ถูกฆ่าปิดปากเพื่อไม่ให้ไปเข้ากับอีกฝ่าย สุดท้ายเอกอนจึงถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ผู้ครองบัลลังก์เหล็กต่อจากพ่อ

ศึกที่หนึ่ง: สงครามอีกา (The War of Ravens)

ฝ่ายเรเนร่า เมื่อรู้ข่าวก็ไม่พอใจมาก และเรียกประชุม สภามืด (Black Council)” กล่าวคือเหล่าขุนนางและลอร์ดที่สนับสนุนเธอโดยด่วน ในสภามืดนี้ คนหนึ่งที่มีอทธิพลมาก และเรียกได้ว่าเป็นตัวอันตราย ก็คือ “แดมอน” น้องชายของกษัตริย์วิเซริส รวมถึงยังถือศักดิ์เป็นอาแท้ ๆ และสามีของเรเนร่าในขณะเดียวกัน (ถ้างงอนุญาตให้กลับไปดูแผนผังอีกทีครับ ฮา) แดมอนได้ฉายว่าเป็น “เจ้าชายกบฎ” เพราะเป็นคนที่มีอำนาจในวัง และมีผู้สนับสนุนเยอะมาตั้งแต่สมัยเบลอน พ่อของเขาแล้ว แม้ว่าสุดท้ายบัลลังก์จะตกเป็นของวิเซริสผู้เป็นพี่ชายก็ตาม

นอกจากนี้ ยังจำเรนิส ลูกสาวของเอมอนผู้ถูกทอดทิ้งกันได้ไหมครับ ด้วยความโกรธแค้นจากบัลลังก์ที่ไม่เป็นธรรมตั้งแต่สมัยกษัตริย์เจเฮริส เรนิสจึงให้การสนับสนุนเรเนร่าด้วย อารมณ์เหมือนศัตรูของศัตรูคือมิตร ประมาณนั้นเลย

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

ถึงแม้เรเนร่าจะมีสภามืดเป็นของตัวเอง จำนวนกองทัพของเธอก็ยังไม่แข็งแกร่งเท่าฝั่งเอกอน ซึ่งมีขุนนางในเรดคีพหนุนหลังอยู่ดีครับ แต่สิ่งที่ทำให้เธอได้เปรียบ คือ มังกร ทั้งเรเนร่า แดมอน เรนิสล้วนมีมังกรเป็นของตัวเองคนละตัว ลูกชาย 3 จาก 5 คนของเรเนร่าก็เป็นผู้ขี่มังกรเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ เกาะดราก้อนสโตนที่เรเนร่าอยู่ก็เป็นถิ่นที่อยู่เดิมของมังกร และมีมังกรป่าอยู่ที่นั่นถึง 6 ตัว สรุปรวม ๆ แล้วเรเนร่ามีทัพมังกรเป็นของตัวเองนับสิบตัวเลยครับ แตกต่างจากฝั่งเอกอนที่มีมังกรแค่ 4 ตัวเท่านั้น

หลังจากเอกอนขึ้นครองราชย์ จึงเป็นช่วงเวลาที่ทั้งเรเนร่าและเอกอนเองก็พยายามหาผู้สนับสนุนมาเข้าฝ่ายตัวเอง ต่างคนต่างส่งจดหมายผ่านอีกาไปหาลอร์ดตระกูลต่าง ๆ ที่เป็นผู้ครองแคว้น บางตระกูลที่ค่อนข้างมีอำนาจและมีกองกำลัง เรเนร่าและเอกอนก็จะส่งตัวแทนไปเจรจาแบบตัวต่อตัวเพื่อเป็นการให้เกียรติ หนึ่งในตระกูลนั้นก็คือ “บาราเธียน (Baratheon)” คุ้น ๆ อีกแล้วใช่ไหมครับ ตระกูลที่ภายหลังจะก่อกบฎกับพวกทาแกเรียนและขึ้นครองบัลลังก์ใน Game of Thrones นั่นเอง ในขณะนั้น เรเนร่าส่งลูกชายตัวเองไปผูกสัมพันธ์ แต่เมื่อเขาไปถึงก็พบว่าเอมอนที่ 2 น้องชายของเอกอนได้อยู่ที่นั่น และดูเหมือนว่าจะทำการเจรจากับลอร์ดบาราเธียนเรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มจึงขี่มังกรเพื่อจะหนีกลับบ้าน แต่เมื่อพ้นเกาะนั้นมา ก็พบว่าเอมอนที่ 2 ได้ขี่มังกรตามมาโจมตีเขา มังกรตัวนั้นชื่อว่า “เวการ์” เป็นมังกรโตเต็มวัยขนาดใหญ่ที่เชี่ยวกรำสงครามมาหลายศึก เวการ์โฉบเข้ากัดคอมังกรของลูกชายเรเนร่าขาดสะบั้น ทำให้ทั้งเขาและมังกรของเขาร่วงจากฟ้า และถูกท้องทะเลเบื้องล่างกลืนกิน

House of the Dragon, Game of Thrones Prequel
ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Fire & Blood

เรเนร่าใจสลายหลังได้ยินข่าวนั้น ด้วยคำยุยงของแดมอนผู้เป็นสามี เธอจึงจบ ‘สงครามอีกา’ ลง และมุ่งมั่นจะทำทุกอย่างเพื่อล้างแค้นให้ลูกชาย ว่าง่าย ๆ ก็คือไม่หาแบ็กอัปแล้ว ไปตายเอาดาบหน้าว่างั้น

เอาล่ะครับ ก่อนจะเข้าสู่ศึกที่สอง พี่ป๊อบคงต้องขอจบบทความนี้ไว้ตรงนี้ก่อน ถือซะว่าให้ทุกคนได้พักเบรกไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย แล้วกลับมาอ่านต่อกันได้ในบทความต่อไป House of the Dragon ปฐมบทแห่งตระกูลทาแกเรียน (พาร์ท 2/2) ครับ